bootstrap carousel

ความรู้

ความรู้ที่เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก

image

บรรยากาศของโลกประกอบด้วยก๊าซต่าง ๆ โดยก๊าซหลักที่อยู่ในบรรยากาศ ประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจนมีปริมาณมากที่สุดคิดเป็น 78.08% ก๊าซออกซิเจนคิดเป็น 20.95% ก๊าซอาร์กอนคิดเป็น 0.93% เทียบกับปริมาณอากาศแห้ง นอกจากนี้ยังมีก๊าซอื่น ๆ รวมกันอีกประมาณ 1% ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ และโอโซน (Wallace และ Hobbs, 2006)

ก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gas) คือ ก๊าซในชั้นบรรยากาศที่ดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงคลื่นยาวที่มีการแผ่รังสีจากพื้นดิน (land emission) เช่น ช่วงคลื่นอินฟราเรดความร้อน (thermal infrared region) ช่วงคลื่นอินฟาเรดใกล้ (near-infrared region) ทำให้ชั้นบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น และแผ่รังสีความร้อนบางส่วนกลับสู่พื้นผิวโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ก๊าซเรือนกระจก (greenhouse effect) นำมาซึ่งการเกิดภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน

ก๊าซเรือนกระจกสามารถแบ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและก๊าซเรือนกระจกจาก ภาคอุตสาหกรรมที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น ตัวอย่างของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ คือ ไอน้ำ ซึ่งจัดเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่มีปริมาณมากที่สุดในชั้นบรรยากาศ คิดเป็นร้อยละ 60 ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยไอน้ำมีคุณสมบัติในการดูดกลืนรังสีในย่านอินฟาเรด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีสัดส่วนร้อยละ 26  และที่เหลือร้อยละ 14 ประกอบด้วย ก๊าซโอโซน (O3) ก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O)  ส่วนก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ก๊าซฮาโลคาร์บอน (Halocarbons) ซีเอฟซี (CFC) HCFC-22 (เช่น Freon และ Perfluoromethane) และ SF6 (SulphurHexafluoride)

ก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 80 ของก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนทั้งหมด ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) และก๊าซประเภทฮาโลคาบอน ซึ่งมีสัดส่วนปริมาณในชั้นบรรยากาศ ดังแสดงในรูปที่ 1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 1 ปริมาณสัดส่วนก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ พ.ศ. 2543 – 2548

  • IPCC Fourth Assessment Report

 

 

ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่สำคัญ อ้างอิงจากกรมอุตุนิยมวิทยา มีดังนี้

  1. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งโมเลกุลประกอบด้วยคาร์บอน 1 อะตอม และออกซิเจน 2 อะตอม คาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในสารประกอบเคมีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด เมื่ออยู่ในสถานะของแข็งเรียกว่าน้ำแข็งแห้ง (dry ice) เป็นก๊าซที่มีปริมาณมากเป็นอันดับ 4 ในอากาศ รองจากไนโตรเจน ออกซิเจน          และอาร์กอน คาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นได้หลายลักษณะ เช่น ภูเขาไฟระเบิด การหายใจของสิ่งมีชีวิต หรือการเผาไหม้ของสารประกอบอินทรีย์ ก๊าซนี้เป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช เพื่อใช้คาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนในการสังเคราะห์คาร์โบไฮเดรต จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนี้ พืชจะปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมาสู่บรรยากาศ ทำให้สัตว์ได้ใช้ออกซิเจนในการหายใจ

  1. ก๊าซมีเทน

ก๊าซมีเทนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน มีสูตรเคมี คือ CH4 เป็นก๊าซไม่มีสี ติดไฟได้ กิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซมีเทน ได้แก่ การย่อยสลายในกระเพาะและลำไส้ของปศุสัตว์ และการจัดการเกี่ยวกับมูลปศุสัตว์ การทำนาข้าวที่มีการขังน้ำเป็นระยะเวลานาน การใช้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมถึงการปล่อยก๊าซจากหลุมฝังกลบขยะ มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากคาร์บอนไดออกไซด์

  1. ก๊าซไนตรัสออกไซด์

ก๊าซไนตรัสออกไซด์ คือ สารประกอบทางเคมีที่มีสูตรทางเคมี คือ N2O ที่อุณหภูมิห้อง ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ไม่มีสี และไม่ติดไฟ เป็นส่วนหนึ่งของชั้นบรรยากาศของโลก พื้นที่เกษตรกรรมเป็นแหล่งปล่อยก๊าซ  ไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ของเสียจากสัตว์ที่ช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่ทำให้เกิดไนตรัสออกไซด์เพิ่มขึ้น ภาคปศุสัตว์ (โค กระบือ ไก่ และสุกร) ปล่อยไนตรัสออกไซด์มากถึงร้อยละ 65 แหล่งที่มาจากภาคอุตสาหกรรมมีเพียงร้อยละ 20 ไนตรัสออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญซึ่งมีระดับสูงขึ้นทั่วโลก

  1. ไอน้ำ

ไอน้ำ (H2O) เป็นสถานะหนึ่งของน้ำในรูปแบบก๊าซ เมื่อน้ำเปลี่ยนจากสถานะหนึ่งไปสู่อีกสถานะหนึ่ง เช่น ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ จะมีการดูดกลืนและคายความร้อนแฝง (Latent heat) เนื่องจากมีคุณสมบัติในการดูดกลืนรังสีอินฟราเรดที่แผ่จากพื้นโลก ไอน้ำเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีมากที่สุดบนโลก มีอยู่ในอากาศประมาณ 0- 4% ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และอุณหภูมิ ในบริเวณเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรและชายทะเลจะมีไอน้ำอยู่มาก ส่วนในบริเวณเขตหนาวแถบขั้วโลก อุณหภูมิต่ำจะมีไอน้ำในบรรยากาศเพียงเล็กน้อย ไอน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต ไอน้ำเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรน้ำในธรรมชาติ น้ำสามารถเปลี่ยนสถานะไปมาทั้ง 3 สถานะ จึงเป็นตัวพาและกระจายความร้อนให้กับชั้นบรรยากาศและพื้นผิว

  1. โอโซน

โอโซน (O3) เป็นก๊าซซึ่งประกอบด้วยออกซิเจน 3 อะตอม เป็นก๊าซที่มีทั้งประโยชน์และโทษขึ้นกับตำแหน่งที่พบ โอโซนเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีบทบาทสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมในบรรยากาศทั้งการแผ่รังสีและกระบวนการทางเคมี การดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตในชั้นสตราโตสเฟียร์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในแนวตั้งและการหมุนเวียนของอากาศที่มันดูดกลืนพลังงาน และยังดูดกลืนรังสีคลื่นยาวอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการตรวจวัดโอโซนผิวพื้นมากมายในสถานที่ต่างๆ แต่ก็ยังเป็นการยากที่จะบอกถึงแนวโน้มโอโซนผิวพื้นทั่วโลกได้ในระยะยาวเนื่องจากการกระจายตัวที่ไม่สม่ำเสมอทางภูมิศาสตร์



ไฟล์เอกสาร : ดาวน์โหลด
เผยแพร่เมื่อ: 2017-09-14 06:36:40

สถานที่ติดต่อ

120 หมู่ที่ 3 ชั้น 9
อาคารรัฐประศาสนภักดี
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

ช่องทางติดต่อ

อีเมล์ : info@tgo.or.th
โทรศัพท์ : 0 2141 9837
, 0 2141 9788